ประชุมหารือแนวทางการปฏิบัติงานในกรณีพบช้างเร่ร่อน

ตามพรบ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2562

ณ ห้องประชุมกองสารวัตรและกักกัน ศูนย์ราชการกรมปศุสัตว์ปทุมธานี

 

825215

 

                        กองสารวัตรและกักกัน โดย น.สพ.บุรินทร์ สรสิทธิ์สุขสกุล ผอ.กสก และหัวหน้าด่านฯ ร่วมกับกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2562 ณ ห้องประชุมกองสารวัตรและกักกัน ศูนย์ราชการกรมปศุสัตว์ปทุมธานี

                        โดยมี นายสมเกียรติ พันธ์ศรี ผอ.กลุ่มคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการปฏิบัติงานในกรณีพบช้างเร่ร่อน ตามพรบ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557

 


 

 

 

 

การประชุมคณะกรรมการวิชาการพิจารณามาตรฐานสินค้าเกษตร

เรื่อง การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์ที่ดีสำหรับปางช้าง ครั้งที่ 1/2562

วันพุธที่ 30 กันยายน 2562

 

ณ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กรุงเทพฯ

 

819671

 

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ มอบหมายให้ นายสัตวแพทย์ธีระวุฒิ สุวัธนะเชาว์ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการวิชาการพิจารณามาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์ที่ดีสำหรับปางช้าง ครั้งที่ 1-1/2562 เมื่อวันพุธที่ 30 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00 น. ณ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กรุงเทพฯ

คณะกรรมการฯ ได้พิจารณา (ร่าง) มาตรฐานฯ การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์ที่ดีสำหรับปางช้าง ซึ่งครอบคลุมข้อกำหนดตั้งแต่องค์ประกอบปางช้าง การจัดการปางช้าง บุคลากร สุขภาพช้าง สวัสดิภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อม จนถึงการบันทึกข้อมูล เพื่อให้ได้ช้างที่มีสุขภาพดี

 

ในการนี้ มี สพ.ญ. ภัทร เจริญพันธ์ จาก สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมด้วย


 

กองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ และสำนักงานปศุสัตว์พื้นที่กรุงเทพมหานคร

ได้จัดประชุมผู้ประกอบการกิจการค้าและเพาะเลี้ยงสุนัข แมว ในตลาดจตุจักร

1 12

           เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น. ณ ตลาดจตุจักรพลาซ่ากองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ และสำนักงานปศุสัตว์พื้นที่กรุงเทพมหานครได้จัดประชุมผู้ประกอบการกิจการค้าและเพาะเลี้ยงสุนัข แมว ในตลาดจตุจักร เพื่อสร้างการรับรู้แนวทางปฎิบัติที่ดีในการเพาะเลี้ยงและจำหน่ายสุนัข แมว ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ ตาม พรบ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดีภาพสัตว์ พ.ศ.2557

โดยมี น.สพ.ธีระวุฒิ สุวัธนะเชาว์ ผอ.กสบ. 

น.สพ.พงษ์เทพ เอกอุดมชัย ผอ.กลุ่มสัตวแพทย์บริการ กสบ. 

สพ.ญ.เสาวนีย์ พวงไพบูลย์ หัวหน้ากลุ่มสุขภาพสัตว์ สนง.ปศุสัตว์พื้นที่ กทม.

นายสมคิด วิมุกตานนท์ ปศุสัตว์พื้นที่ 5ร่วมให้ความรู้แก่ประชาชน


 

 

กรมปศุสัตว์ปล่อยขบวนรถหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่

ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยฟื้นฟูสุขภาพสัตว์หลังน้ำลด

 

2562 10 09a 006

 

กรมปศุสัตว์ปล่อยขบวนรถหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยฟื้นฟูสุขภาพสัตว์หลังน้ำลด

วันนี้ (วันพุธที่ 9 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00 น.) นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานในพิธีปล่อย ขบวนรถหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อฟื้นฟูสุขภาพสัตว์หลังน้ำลด ณ ศูนย์ราชการกรมปศุสัตว์ จังหวัดปทุมธานี โดยมี รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ คือ นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ และนายสุรเดช สมิเปรม   พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ ปศุสัตว์เขต 1 นายพงษ์พันธ์   ธรรมมา เลขานุการกรม รวมทั้งคณะผู้บริหารและข้าราชการเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมปศุสัตว์เข้าร่วมพิธี

        นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆในหลาย จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดอุบลราชธานีที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดนั้น ทําให้ประชาชนและเกษตรกร ผู้เลี้ยงสัตว์ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งในเบื้องต้น กรมปศุสัตว์ได้ให้การช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์จนผ่านพ้นภาวะวิกฤตไปแล้ว ซึ่งได้รับการชมเชยจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงว่า เป็นหน่วยงานที่ช่วยเหลือประชาชนได้รวดเร็วและตรงกับความต้องการ แต่ ขณะนี้ยังมีสัตว์อีกจํานวนมากที่ต้องการการฟื้นฟูด้านสุขภาพหลังน้ำลด รวมถึงกรมปศุสัตว์ได้เล็งเห็นถึงความสําคัญในการป้องกันโรค ระบาดสัตว์ การให้คําแนะนําการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมแก่เกษตรกร รวมถึงการควบคุมประชากรสุนัขแมวโดยการผ่าตัด ทําหมันอย่างถูกวิธี กรมปศุสัตว์จึงมีนโยบายที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ประสบอุทกภัยเหล่านั้น ด้านสุขภาพด้วย โดยจัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเพื่อให้บริการทั้งด้านการรักษา ให้คําแนะนํา ฟื้นฟูสุขภาพ และการป้องกัน โรคระบาดในสัตว์ปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ตลอดระยะเวลา 14 วัน ต่อจากนี้เป็นต้นไป ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทุกคนได้ร่วมมือกันให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนอย่างเข้มแข็ง เข้าถึง และรวดเร็วจนกระทั่ง สถานการณ์คลี่คลาย และการร่วมกันออกหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือสัตว์ทางด้านสุขภาพในครั้งนี้ ซึ่งนับว่าเป็นการร่วมกัน ทําความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกด้วย

     ด้าน นายสัตวแพทย์ธีระวุฒิ สุวัธนะเชาว์ ผู้อํานวยการกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากพายุโซนร้อนโพดุลและคากิจิ ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ และร้อยเอ็ด โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่งผลให้มีประชาชนและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เดือดร้อน ในพื้นที่จํานวน 12 อําเภอ และมีสัตว์ที่ได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 104,016 ตัว ประกอบด้วย โค 14,539 ตัว กระบือ 5,267 ตัว สุกร 610 ตัว สัตว์ปีก 83,578 ตัว แพะ 31 ตัว สุนัข 91 ตัว และแมว 32 ตัว และมีผลกระทบต่อประชาชนกว่า 6,900 คน แม้ว่า กรมปศุสัตว์และสํานักงานปศุสัตว์จังหวัดอุบลราชธานีได้ดําเนินการช่วยเหลือในการอพยพสัตว์ แจกถุงยังชีพ และจ่ายอาหารสัตว์จนผ่านพ้นภาวะวิกฤตไปแล้วนั้น แต่กรมปศุสัตว์ได์เล็งเห็นถึงความสําคัญในการฟื้นฟูสุขภาพสัตว์หลังสถานการณ์คลี่คลายลง ดังนั้น กรมปศุสัตว์ จึงได์จัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงภายหลังการเกิดอุทกภัย ณ จังหวัดอุบลราชธานี โดยรูปแบบ ของหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ ครั้งนี้ จะดําเนินการทีละอําเภอ เรียงไปจนครบทั้ง 7 อําเภอ ได้แก่ อําเภอเมือง อําเภอวารินชําราบ อําเภอดอนมดแดง อําเภอเขื่องใน อําเภอตระการพืชผล อําเภอพิบูลมังสาหาร และอําเภอสว่างวีระวงศ์ โดยครอบคลุมกว่า 51 ตําบล 300 หมู่บ้าน ระหว่างวันที่ 9 ถึง 22 ตุลาคม 2562 รวมทั้งสิ้น 14 วัน 

       หน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ ในครั้งนี้ประกอบด้วย 10 หน่วยย่อยต่อวัน รวมนายสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทั้งสิ้นกว่า 100 คน โดยแบ่งเป็น 2 หน่วยหลัก ดังนี้ หน่วยแรกเป็นหน่วยให้บริการสําหรับด้านปศุสัตว์ แบ่งเป็นหน่วยย่อย หน่วยละ 4-5 คน กระจายไป ตามหมู่บ้านที่ประสบอุทกภัย โดยจะให้บริการตรวจรักษาโค กระบือ แพะ แกะ สุกร และสัตว์ปีก รวมถึงให้คําแนะนําการเลี้ยงสัตว์ ปศุสัตว์แก่เกษตรกร หน่วยที่สองเป็นหน่วยให้บริการด้านสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว) แบ่งเป็นวันละ 2 จุดบริการ มีเจ้าหน้าที่รวมกว่า 50 คน โดยจะให้บริการรักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยง ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ากว่า 2,000 ตัว และผ่าตัดทําหมันสุนัขและแมวโดยนายสัตวแพทย์ของกรมปศุสัตว์ 

 


1111

ภาพ/เอก ข่าว/เพ็ญศิริ กลุ่มเผยแพร่ฯ  / สำนักงานเลขานุการกรมปศุสัตว์

 

ประชุมหารือการออกกฎหมายตาม พรบ.ป้องการทารุณกรรมฯ เพื่อแก้ไขปัญหาฟาร์มเพาะพันธ์ุสุนัขและแมว เพื่อการพาณิช

 

69926838 2427145717571412 1283749008761683968 n

 

เมื่อวันที่ 5 กย. 62 เวลา 12.00 น. นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมหารือการออกกฎหมายตาม พรบ.ป้องการทารุณกรรมฯ เพื่อแก้ไขปัญหาฟาร์มเพาะพันธ์ุสุนัขและแมว เพื้อการพาณิชพร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช ผู้แทนกรมปศุสัตว์ ผู้แทนองค์กรพิทักษ์สัตว์ไทย และผู้แทนองค์กร The Voice ณ รัฐสภา ถ.เกียกกาย

โดยมีนายสัตวแพทย์ธีระวุฒิ สุวัธนะเชาว์ ผู้อำนวยการกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักกฏหมาย และนายสัตวแพทย์พงษ์เทพ เอกอุดมชัย กสบ. เป็นผู้แทนกรมปศุสัตว์


September 5, 2019 at 12.00pm

Mr.Prapat Potasuton, Duputy Ministy of Ministry of Agriculture and Cooperatives joined with Mr.Theerawut Suwathanachao, Director of Division of Animal Welfare and Veterinary Service along with representatives from relevant departments, non profit organizations and professionals to discuss The Cruelty Prevention and Welfare of Animal Act, B.E. 2557 (2014) for the process leading to the solutions of non-standards commercial animal breeding farm concerns today at Thai Paliament, Kiak Kai, Bangkok


 

 

 

เนื้อหาอื่นๆ...