ประชุมร่วมในการรับฟังความเห็น (ร่าง) พระราชบัญญัติช้าง พ.ศ. ....  ในพื้นที่ภาคใต้ ผ่านระบบออนไลน์

 

1 10

 

วันที่ 2 กรกฎาคม 2564  เวลา 09.00 น.

ณ ห้องประชุมกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ ชั้น 5 ตึกจักรพิชัย กรมปศุสัตว์

         นายสัตวแพทย์สมเกียรติ พันธ์ศรี ผู้อำนวยการกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์ธีระวุฒิ สุวัธนะเชาว์ ที่ปรึกษาอธิบดีกรมปศุสัตว์ ตัวแทนจากสำนักกฎหมาย และสัตวแพทย์หญิงศุภิสรา วงศ์สุทธาวาส และทีมจัดการประชุมจาก กสบ. ได้ร่วมกับปศุสัตว์เขต 8 เขต 9 กระบี่ พังงา ภูเก็ต ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และ ราธิวาส  เป็นเจ้าภาพจัดประชุมร่วมในการรับฟังความเห็น (ร่าง) พระราชบัญญัติช้าง พ.ศ. ....  ในพื้นที่ภาคใต้ ผ่านระบบออนไลน์ 

ซึ่งในการประชุมครั้งนี้มี นายธนวัฒน์ พันธุ์สนิท ปศุสัตว์เขต 8 เป็นประธานการประชุม สำหรับวัตถุประสงค์การประชุมในครั้งนี้ คือ เพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจากผู้มีส่วนได้เสียจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ และนำข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มาใช้ประโยชน์ในเชิงนโยบายต่อไป

      ในการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมโดยผ่านระบบประชุมออนไลน์ ระบบ Zoom meeting โดยผู้เข้าร่วมประชุม คือ แทนปศุสัตว์เขต 8 ผู้แทนปศุสัตว์เขต 9 ตัวแทนปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้เสียจากการยกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อาทิเช่น ตัวแทนสัตวแพทย์ เจ้าของช้าง ผู้ประกอบกิจการช้าง นักวิชาการ ผู้แทนหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตัวแทนควาญช้าง เป็นต้น

 

ซึ่งในการประชุมดังกล่าว มีการชี้แจงรายละเอียดร่างพระราชบัญญัติช้าง และรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเพื่อนำข้อมูลดังกล่าว จัดทำเป็นข้อคิดเห็นประกอบร่างพระราชบัญญัติประกอบการพิจารณาต่อไป อันเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการในการยกร่างกฎหมาย

วันที่ 2 กรกฎาคม 2564  เวลา 09.00 น.

ณ ห้องประชุมกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ ชั้น 5 ตึกจักรพิชัย กรมปศุสัตว์

         นายสัตวแพทย์สมเกียรติ พันธ์ศรี ผู้อำนวยการกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์ธีระวุฒิ สุวัธนะเชาว์ ที่ปรึกษาอธิบดีกรมปศุสัตว์ ตัวแทนจากสำนักกฎหมาย และสัตวแพทย์หญิงศุภิสรา วงศ์สุทธาวาส และทีมจัดการประชุมจาก กสบ. ได้ร่วมกับปศุสัตว์เขต 8 เขต 9 กระบี่ พังงา ภูเก็ต ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และ ราธิวาส  เป็นเจ้าภาพจัดประชุมร่วมในการรับฟังความเห็น (ร่าง) พระราชบัญญัติช้าง พ.ศ. ....  ในพื้นที่ภาคใต้ ผ่านระบบออนไลน์ 

ซึ่งในการประชุมครั้งนี้มี นายธนวัฒน์ พันธุ์สนิท ปศุสัตว์เขต 8 เป็นประธานการประชุม สำหรับวัตถุประสงค์การประชุมในครั้งนี้ คือ เพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจากผู้มีส่วนได้เสียจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ และนำข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มาใช้ประโยชน์ในเชิงนโยบายต่อไป

      ในการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมโดยผ่านระบบประชุมออนไลน์ ระบบ Zoom meeting โดยผู้เข้าร่วมประชุม คือ แทนปศุสัตว์เขต 8 ผู้แทนปศุสัตว์เขต 9 ตัวแทนปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้เสียจากการยกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อาทิเช่น ตัวแทนสัตวแพทย์ เจ้าของช้าง ผู้ประกอบกิจการช้าง นักวิชาการ ผู้แทนหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตัวแทนควาญช้าง เป็นต้น

ซึ่งในการประชุมดังกล่าว มีการชี้แจงรายละเอียดร่างพระราชบัญญัติช้าง และรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเพื่อนำข้อมูลดังกล่าว จัดทำเป็นข้อคิดเห็นประกอบร่างพระราชบัญญัติประกอบการพิจารณาต่อไป อันเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการในการยกร่างกฎหมาย


 

เข้าตรวจสอบปางช้างเผือกตามข้อร้องเรียนการจัดสวัสดิภาพสัตว์ไม่เหมาะสม

 

893533

 

วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน 2564 เวลา 14.00 น.

ณ ปางช้างเผือก ตำบลท่านัด อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

นายสมเกียรติ พันธ์ศรี ผู้อำนวยการกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ(กสบ.) ได้มอบหมายให้ น.สพ.นันทศักดิ์ มุสิกศิลป์ ตำแหน่ง นายสัตวแพทย์ชำนาญ กลุ่มคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ กสบ. ร่วมกับ นายอรงค์กร พสกภักดี ปศุสัตว์อำเภอดำเนินสะดวก โดยมีหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) ส่วนยุทธการด้านการป้องกันและปราบปราม ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ฝ่ายปกครองอำเภอดำเนินสะดวก เข้าตรวจสอบปางช้างเผือกตามข้อร้องเรียนของเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ Chayanan Assawadhammanond แจ้งว่า ที่ปางช้างดังกล่าวมีการผูกโซ่มัดที่คอช้าง จำนวน 3 เชือก ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557

จากการลงพื้นที่เข้าตรวจสอบพบ นายถาวร ปานแก้ว ผู้จัดการปางช้างเผือก ได้ให้ถ้อยคำว่าเนื่องจากวันที่เกิดเหตุช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะเกิดเหตุ ควาญช้างทั้งหมดจำเป็นต้องไปทำการตัดอ้อยเพื่อมานำเป็นอาหารให้ช้าง ทำให้ที่โรงช้างไม่มีคนอยู่ เกรงว่าช้างจะหลุดไปทำอันตรายนักท่องเที่ยวและทำร้ายทรัพย์สินภายในโรงช้าง จึงจำเป็นต้องล่ามคอไว้เพื่อป้องกันเหตุร้ายหลังจากที่ตนได้ทราบถึงปัญหาดังกล่าวแล้วปัจจุบันทางบริษัทได้จ้างควาญดูแลผลัดเปลี่ยนกันเพิ่มขึ้น และจะไม่ปล่อยให้มีเหตุการณ์ล่ามคอช้างอีก

ทั้งนี้นายถาวรได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าตนรู้จักกับผู้ร้องเรียน และได้ชี้แจงทำความเข้าใจจนผู้ร้องเรียนพอใจและยินยอมแก้ไขโพสต์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว โดยช้างตัวที่ปรากฏในภาพร้องเรียน ชื่อ พลายคำแก้ว พลายทองพูน และพลายบุญมี จากการตรวจสอบสภาพร่างกายโดยสัตวแพทย์ พบว่า บริเวณคอไม่มีบาดแผล สุขภาพทั้ง 3 ตัวแข็งแรงร่าเริงดี แต่อาจจะซุกซนตามประสาช้างรุ่น คณะพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่า การล่ามโซ่คอช้างดังกล่าว ขัดกับหลักการจัดสวัสดิภาพสัตว์แต่เกิดจากเหตุสุดวิสัย จำเป็นต้องทำเพื่อป้องกันเหตุร้าย ปัจจุบันเมื่อเจ้าของทราบข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมดก็ได้ปรับปรุงแก้ไขแล้ว หากมีเหตุการณ์เกิดซ้ำอีก พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายถาวร รับทราบและยินดีปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้จัดทำบันทึก และร่วมกันลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน และได้ทำการแนะนำการเลี้ยงเพิ่มเติมเพื่อให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 และจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาทำการสุ่มตรวจเป็นระยะ ๆ ต่อไป


ที่มา : กลุ่มคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ กสบ.

 

  

ประชุมหารือวิธีการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ร่าง) พระราชบัญญัติช้าง พ.ศ. .... (ครั้งที่ 2)

S 15376397

 

วันที่ 21 มิถุนายน 2564
ณ ห้องประชุมศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ชั้น 7 ตึกวิจิตรพาหนการ กรมปศุสัตว์

                      นายสัตวแพทย์สมเกียรติ  พันธ์ศรี ผู้อำนวยการกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์ธีระวุฒิ สุวัธนะเชาว์ ที่ปรึกษาอธิบดีกรมปศุสัตว์ สัตวแพทย์หญิงศุภิสรา วงศ์สุทธาวาส เลขนานุการ และนายวรฉัตร วิรัชลาภ นิติกรชำนาญการพิเศษ สำนักกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมหารือวิธีการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ร่าง) พระราชบัญญัติช้าง พ.ศ. ....  ครั้งที่ 2 ณ ห้องประชุมศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ชั้น 7 ตึกวิจิตรพาหนการ กรมปศุสัตว์

                       โดยในการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมโดยผ่านระบบประชุมออนไลน์ ระบบ Zoom meeting โดยผู้เข้าร่วมประชุม คือ ผู้แทนปศุสัตว์เขต 5 และผู้แทนปศุสัตว์เขต 6 และตัวแทนปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง โดยการหารือวิธีการประชุม ผู้เข้าร่วม และนัดหมายวันเวลา เพื่อจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะฯ ดังกล่าวในครั้งต่อไป



 

ประชุมหารือวิธีการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ร่าง) พระราชบัญญัติช้าง พ.ศ. ....

1 3

 

วันที่ 10 มิถุนายน 2564
ณ ห้องประชุมศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ชั้น 7 ตึกวิจิตรพาหนการ กรมปศุสัตว์

                      นายสัตวแพทย์สมเกียรติ  พันธ์ศรี ผู้อำนวยการกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์ธีระวุฒิ สุวัธนะเชาว์ ที่ปรึกษาอธิบดีกรมปศุสัตว์ สัตวแพทย์หญิงศุภิสรา วงศ์สุทธาวาส เลขนานุการ และนายแสนศักดิ์ เหลืองเกื้อกูล นิติกรสำนักกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมหารือวิธีการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ร่าง) พระราชบัญญัติช้าง พ.ศ. .... ณ ห้องประชุมศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ชั้น 7 ตึกวิจิตรพาหนการ กรมปศุสัตว์

                       โดยในการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมโดยผ่านระบบประชุมออนไลน์ ระบบ Zoom meeting โดยผู้เข้าร่วมประชุม คือ ปศุสัตว์เขต 8 และผู้แทนปศุสัตว์เขต 9 และตัวแทนปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง โดยการหารือวิธีการประชุม ผู้เข้าร่วม และนัดหมายวันเวลา เพื่อจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะฯ ดังกล่าวในครั้งต่อไป



 

เข้าตรวจสอบวัดสมานรัตนารามตามข้อร้องเรียนของเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ เฮโล โฮฮิ้ว

 

1 6

 

วันพุธที่ 9 มิถุนายน 2564 เวลา 13.00 น.

ณ วัดสมานรัตนาราม ตำบลก้อนแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

                  นายสมเกียรติ พันธ์ศรี ผู้อำนวยการกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ(กสบ.) ได้มอบหมายให้ น.สพ.นันทศักดิ์ มุสิกศิลป์ ตำแหน่ง นายสัตวแพทย์ชำนาญ กลุ่มคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ กสบ. ร่วมกับ น.สพ.จิรภัทร อินทร์สุข ตำแหน่ง นายสัตว์แพทย์ชำนาญการ และ น.สพ.ยศวีร์ ราเชนทร์อรรถวิทย์ ตำแหน่ง นายสัตว์แพทย์ปฏิบัติการ ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท กรมปศุสัตว์ เข้าตรวจสอบวัดสมานรัตนารามตามข้อร้องเรียนของเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ เฮโล โฮฮิ้ว แจ้งว่า ที่วัดดังกล่าวมีการเลี้ยงนกและไก่จำนวนหนึ่งไว้ในกรง รวมถึงช้างจำนวน 10 เชือก ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557

                  จากการลงพื้นที่เข้าตรวจสอบพบ นายกฤษดา มหาวิริโยทัย กรรมการวัดสมานรัตนาราม ให้ถ้อยคำว่านกและไก่เหล่านี้ทางวัดได้มาจากโยมลูกศิษย์นำมาถวายเมื่อ 5 เดือนก่อน เพราะประสบปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ทางวัดจึงรับเลี้ยงไว้ในกรงแยกกัน ปัจจุบันทางวัดได้นำนกตัวที่ป่วย 3-4 ตัว มอบให้ชมรมคนรักนกนำไปให้สัตว์แพทย์รักษาและนำไปอุปการะต่อไปส่วนนกและไก่ที่เหลือได้แจ้งให้เจ้าของเดิมมารับกลับไปทั้งหมดแล้ว และทางวัดประกาศจะไม่ขอรับสัตว์เลี้ยงจากญาติโยมอีกต่อไปปัจจุบันไม่มีนกและไก่เหลืออยู่ในกรงแต่อย่างใด ส่วนช้างจำนวน10 เชือก ทางวัดยอมรับว่า ได้ทำการช่วยเหลือครอบครัวควาญช้างและช้าง ที่ไม่มีงานทำ อันเนื่องมาจากสถานการณ์โรคโควิด ซึ่งจากการตรวจสอบสุขภาพช้างเบื้องต้นโดยสัตวแพทย์ พบว่า ช้างทุกเชือกมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี มีเพียงช้างเชือกหนึ่งที่ตาขวามีลักษณะขุ่น ทางวัดได้มีสัตวแพทย์เข้ามาทำการตรวจรักษาโดยให้ยาป้ายตาและใช้น้ำยาล้างตาเป็นประจำ ส่วนด้านการให้อาหารและน้ำ รวมถึงสถานที่เลี้ยงพบว่ามีความเหมาะสมตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการแนะนำการเลี้ยงเพิ่มเติมเพื่อให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 และจะเข้ามาทำการสุ่มตรวจเป็นระยะ ๆ ต่อไป


วันพุธที่ 9 มิถุนายน 2564 เวลา 13.00 น.

ณ วัดสมานรัตนาราม ตำบลก้อนแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

 

นายสมเกียรติ พันธ์ศรี ผู้อำนวยการกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ(กสบ.)

ได้มอบหมายให้ น.สพ.นันทศักดิ์ มุสิกศิลป์ ตำแหน่ง นายสัตวแพทย์ชำนาญ กลุ่มคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ กสบ.

ร่วมกับ น.สพ.จิรภัทร อินทร์สุข ตำแหน่ง นายสัตว์แพทย์ชำนาญการ และ น.สพ.ยศวีร์ ราเชนทร์อรรถวิทย์

ตำแหน่ง นายสัตว์แพทย์ปฏิบัติการ ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท กรมปศุสัตว์

 

เข้าตรวจสอบวัดสมานรัตนารามตามข้อร้องเรียนของเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ เฮโล โฮฮิ้ว แจ้งว่า ที่วัดดังกล่าวมีการเลี้ยงนกและไก่จำนวนหนึ่งไว้ในกรง รวมถึงช้างจำนวน 10 เชือก ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557

 

จากการลงพื้นที่เข้าตรวจสอบพบ นายกฤษดา มหาวิริโยทัย กรรมการวัดสมานรัตนาราม ให้ถ้อยคำว่า

นกและไก่เหล่านี้ทางวัดได้มาจากโยมลูกศิษย์นำมาถวายเมื่อ 5 เดือนก่อน เพราะประสบปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ทางวัดจึงรับเลี้ยงไว้ในกรงแยกกัน ปัจจุบันทางวัดได้นำนกตัวที่ป่วย 3-4 ตัว มอบให้ชมรมคนรักนกนำไปให้สัตว์แพทย์รักษาและนำไปอุปการะต่อไป

ส่วนนกและไก่ที่เหลือได้แจ้งให้เจ้าของเดิมมารับกลับไปทั้งหมดแล้ว และทางวัดประกาศจะไม่ขอรับสัตว์เลี้ยงจากญาติโยมอีกต่อไป

ปัจจุบันไม่มีนกและไก่เหลืออยู่ในกรงแต่อย่างใด

 

ส่วนช้างจำนวน10 เชือก ทางวัดยอมรับว่า ได้ทำการช่วยเหลือครอบครัวควาญช้างและช้าง ที่ไม่มีงานทำ อันเนื่องมาจากสถานการณ์โรคโควิด ซึ่งจากการตรวจสอบสุขภาพช้างเบื้องต้นโดยสัตวแพทย์ พบว่า ช้างทุกเชือกมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี มีเพียงช้างเชือกหนึ่งที่ตาขวามีลักษณะขุ่น ทางวัดได้มีสัตวแพทย์เข้ามาทำการตรวจรักษาโดยให้ยาป้ายตาและใช้น้ำยาล้างตาเป็นประจำ

 

ส่วนด้านการให้อาหารและน้ำ รวมถึงสถานที่เลี้ยงพบว่ามีความเหมาะสมตามหลักสวัสดิภาพสัตว์

 

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการแนะนำการเลี้ยงเพิ่มเติมเพื่อให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 และจะเข้ามาทำการสุ่มตรวจเป็นระยะ ๆ ต่อไป